ทำความรู้จัก “ โรคงูสวัด ” พันรอบตัวถึงแก่ชีวิตจริงหรือ?

ทำความรู้จัก “ โรคงูสวัด ” พันรอบตัวถึงแก่ชีวิตจริงหรือ?

โรคงูสวัด ” โรคที่ทุกคนมักพูดถึงกันว่า “หากงูสวัดพันรอบเอวแล้วจะทำให้เสียชีวิต” ซึ่งประโยคนี้เป็นคำพูดที่เราได้ยินกันมาอย่างเนินนาน แต่ก็ยังหาคำตอบให้กับโรคนี้ไม่ได้ ดังนั้นวันนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักเกี่ยวกับโรคงูสวัดให้มากยิ่งขึ้น หากวันใดวันหนึ่งคุณ หรือคนใกล้ตัวเกิดป่วยเป็นโรคงูสวัดขึ้นมา จะได้รับมือทัน ถ้าพร้อมแล้ว ตามไปศึกษาข้อมูลพร้อมกันได้เลยค่ะ

ทำความรู้จัก “ โรคงูสวัด ” พันรอบตัวถึงแก่ชีวิตจริงหรือ?

โรคงูสวัดคืออะไร

โรคงูสวัด (Herpes Zoster, Shingles) เป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่ง ที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า (Varicella Zoster Virus: VZV) เชื้อไวรัสจะทำการซ่อนตัวอยู่ตามปมประสาทต่าง ๆ ของร่างกาย แฝงตัวอย่างสงบเป็นเวลานานหลายปีถึงสิบๆ ปี โดยไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ เมื่อร่างกายอยู่ในสภาวะที่อ่อนแอ ภูมิคุ้มกันต่ำลง เกิดความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ ไวรัสชนิดนี้จะทำการเพิ่มจำนวนทำให้เส้นประสาทอักเสบ เกิดการปวดตามแนวเส้นประสาท และปล่อยเชื้อไวรัสออกมาที่ผิวหนังตามแนวเส้นประสาท ส่งผลให้เกิดตุ่มพองใสจนกลายเป็นโรคงูสวัด

โรคงูสวัดเกิดจากสาเหตุใด

โรคงูสวัดมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัส (Varicella Zoster Virus: VZV) เป็นไวรัสชนิดเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคอีสุกอีใส โดยมีความแตกต่างอยู่ที่อีสุกอีใสนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่งูสวัดจะเกิดขึ้นเฉพาะกับผู้ป่วยที่เคยเป็นโรคอีสุกอีใสมาก่อนเท่านั้น โดยเชื้อไวรัสดังกล่าวสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ผ่านการสัมผัสกับตุ่มน้ำโดยตรง กลุ่มเสี่ยงโรคงูสวัดโดยส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุ ผู้ที่มีปัญหาทางด้านระบบภูมิคุ้มกัน หรือผู้ที่ใช้การรักษาด้วยยาบางชนิด เช่น สเตียรอยด์ ผู้ที่อยู่ในช่วงการรักษาโรคมะเร็งด้วยรังสีวิทยาหรือเคมีบำบัด เพราะกลุ่มคนเหล่านี้จะมีภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอกว่าคนปกติจึงทำให้เสี่ยงมากกว่าคนทั่วไป

โรคงูสวัด

โรคงูสวัดพันรอบตัวอันตรายถึงชีวิตจริงหรือ

ความเชื่อที่ว่า หากงูสวัดพันรอบเอวแล้วจะทำให้เสียชีวิต เป็นความเชื่อผิด ๆ ไม่เป็นความจริง เพราะในความเป็นจริงแล้ว ผื่นไม่สามารถพันรอบตัวเราจนครบรอบเอวได้ เพราะแนวเส้นประสาทของตัวเราจะมาสิ้นสุดที่บริเวณกึ่งกลางลำตัวเท่านั้น ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันในร่างกายต่ำ ร่างกายอ่อนแอ เมื่ออาการของงูสวัดกำเริบขึ้น จะทำให้เกิดการลุกลามได้มากกว่าคนที่มีภูมิคุ้มกันแข็งแรงกว่า ดังนั้นในคนธรรมดาที่มีภูมิต้านทานปกติ งูสวัดจะไม่ลุกลามเกินแนวกึ่งกลางลำตัว และยังไม่มีรายงานว่า โรคงูสวัดสามารถทำให้ผู้ป่วยถึงแก่ชีวิตได้แต่อย่างใด

อาการของโรคงูสวัด

อาการของโรคงูสวัด สามารถแบ่งตามระยะของโรคออกได้เป็น 3 ระยะ ได้แก่

  • ระยะเริ่มต้น : ผู้ป่วยจะมีอาการปวดและแสบร้อนตามผิวหนังบริเวณเส้นประสาทเป็นพัก ๆ บางรายก็อาจจะเกิดอาการนี้ตลอดเวลา โดยเฉพาะบริเวณชายโครง ใบหน้า แขน หรือขาเพียงข้างเดียว ในระยะนี้จะเป็นช่วงที่ผู้ป่วยมีภูมิต้านทานของร่างกายที่ลดต่ำลง
  • ระยะที่ 2 : ผู้ป่วยจะเริ่มมีผื่นแดงขึ้นบริเวณผิวหนัง จากนั้นจะกลายเป็นตุ่มน้ำใสๆ เรียงกันเป็นกลุ่ม เป็นแนวยาวไปตามกลุ่มของเส้นประสาทในร่างกาย อาทิ ตามแขน ขา แผ่นหลัง หรือรอบ ๆ เอว ตุ่มน้ำมักทยอยขึ้นใน 4 วันแรก แล้วค่อยๆแห้งตกสะเก็ดใน 7-10 วัน
  • ระยะที่ 3 : ในระยะนี้ แผลจะเริ่มตกสะเก็ด แห้ง และหลุดออกไป อาการปวดจะทุเลาลง รวมแล้วผื่นจะมีอยู่นาน 10-15 วัน แต่ถ้าหากเป็นผู้ป่วยสูงอายุหรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำมาก ๆ ก็อาจจะมีอาการกินเวลานานเป็นเดือนกว่าจะหายเป็นปกติ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของภูมิต้านทานโรคในแต่ละบุคคล
โรคงูสวัด

รักษาโรคงูสวัด

  • การรักษาผู้ที่มีอาการไม่รุนแรง : สามารถรักษาเองได้ที่บ้าน เนื่องจากโรคงูสวัด สามารถหายเองได้เมื่อมีภูมิต้านทานดี พักผ่อนให้เพียงพอ ดูแลแผลให้สะอาดในระยะเป็นตุ่มน้ำใส หมั่นประคบแผลด้วยน้ำเกลือจะช่วยให้แผลแห้งดีขึ้น ถ้ามีอาการปวดตามร่างกาย สามารถรับประทานยาพาราเซตามอลแก้ปวดได้
  • การรักษาผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 50 ปี หรือมีอาการปวดอย่างรุนแรง : แพทย์จะให้ยาต้านไวรัสชนิดรับประทานภายใน 2 – 3 วันหลังเกิดอาการ เพื่อลดความรุนแรงและช่วยให้หายได้เร็วขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดอาการปวดแสบ ปวดร้อนภายหลัง
  • การรักษาผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ : แพทย์จะให้ยาต้านไวรัสชนิดฉีดเข้าหลอดเลือดดำ และต้องรักษาตัวภายในโรงพยาบาลจนกว่าจะหายเป็นปกติ
  • การรักษาผู้ป่วยที่มีอาการงูสวัดขึ้นตา : ทำการรักษาโดยจักษุแพทย์ จะมีการให้ยาต้านไวรัสชนิดทานและหยอดตาเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนทางตา

โรคงูสวัดติดต่อได้หรือไม่

โรคงูสวัดมีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัสชนิดเดียวกันกับโรคอีสุกอีใส หากผู้ที่ไม่เคยเป็นโรคอีสุกอีใส สัมผัสสารคัดหลั่งจากตุ่มน้ำจากผู้ป่วยโรคงูสวัดโดยตรง จะได้รับเชื้อ VZV และติดเป็นโรคอีสุกอีใส แต่ไม่ติดเป็นโรคงูสวัด เพราะโรคงูสวัดไม่ได้เป็นโรคติดต่อ แต่ไวรัส Varicella Zoster Virus ต่างหาก ที่จะสามารถแพร่เชื้อไปยังบุคคลอื่นที่ยังไม่เคยเป็นโรคอีสุกอีใส ให้เป็นโรคอีสุกอีใสได้

ป้องกันตัวเองอย่างไร ให้ห่างไกลจากโรคงูสวัด

การป้องกันโรคงูสวัดต้องเกิดขึ้นทั้งผู้ป่วยเองและผู้ที่อยู่ใกล้ชิด โดยผู้ป่วยหากอยู่ในช่วงที่เป็นโรคงูสวัดควรรักษาความสะอาดให้มากขึ้น หมั่นล้างมือ ทุกครั้งที่สัมผัสกับตุ่มน้ำ เพื่อไม่ให้เชื้อแพร่กระจาย วิธีที่ดีที่สุดไม่ควรสัมผัสกับบาดแผลโดยตรง เพราะอาจทำให้เชื้อติดมือมาด้วยและอาจนำเชื้อไวรัสไปสัมผัสกับผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว ส่วนผู้ที่อยู่ใกล้ชิดไม่เคยเป็นโรคอีสุกอีใสมาก่อน ควรระมัดระวังหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับบาดแผลของผู้ป่วย ถ้าหากเคยเป็นโรคอีสุกอีใสแล้ว ควรดูแลสุขภาพให้แข็งแรง รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ปัจจุบันวัคซีนป้องกันงูสวัดสามารถหาฉีดได้ตามโรงพยาบาลทั่วไป

ฉีดยา

จากบทความข้างต้น คงทำให้คุณไขข้อสงสัยกับประโยคที่ว่า “หากงูสวัดพันรอบเอวแล้วจะทำให้เสียชีวิต” โดยความเชื่อที่เคยได้ยินกันมานานเป็นความเชื่อที่ผิด ซึ่งความเป็นจริงแล้วผื่นไม่สามารถพันรอบตัวเราจนครบรอบเอวได้ แต่ก็ไม่ควรมองข้ามความร้ายกาจของโรคนี้ไปได้ ควรดูและสุขภาพร่างกายของตัวเองให้ดี โดยการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ พักผ่อนให้เพียงพอ และหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อสร้างระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง

บทความที่น่าสนใจกับ รู้จัก Carnivore Diet หรือการกินเนื้อลดน้ำหนัก และ ทำความรู้จัก Telegram แอปพลิเคชันที่ชาญฉลาดของคนรุ่นใหม่

Copyright © 2021 sinpala.com. All rights reserved.